การติดตั้ง gps ขนส่ง ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก

ทุกวันนี้รถในเมืองไทยของเราเองเพิ่มปริมาณขึ้นทุกวัน เมื่อรถมีปริมาณเยอะขึ้นความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุก็มากขึ้นตามไปด้วยเป็นเงาตามตัว ส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดอุบัติเหตุเหล่านี้ได้คือผู้ขับขี่ทุกคนควรขับขี่อย่างมีสติ เคารพกฎจราจรอย่างน้อย ๆ ก็ช่วยผ่อนหนักให้กลายเป็นเบาได้ ในส่วนทางภาครัฐเองก็พยายามหาวิธีป้องกันเพื่อลดอุบัติเหตุซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เสมอรวมไปถึงยังหาวิธีในการทำให้รถขนส่งต่าง ๆ ปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้นเพราะต้องยอมรับว่าบางทีรถเหล่านี้ทำเวลามากเกินไป ขับรถเร็วจนกลายเป็นที่มาของอุบัติเหตุเอาได้ง่าย ๆ จึงได้มีการประกาศจากกรมขนส่งทางบกเกี่ยวกับการให้รถมีการติดตั้ง gps ขึ้นมา

เมื่อช่วงต้นปี 2559 ทางกรมการขนส่งได้มีดีเดย์ให้กับบรรดารถทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น รถโดยสารสาธารณะ, รถบรรทุกสิบล้อขึ้นไป, รถลากจูง ที่มีการจดทะเบียนใหม่ทั้งหมดต้องทำการติดตั้ง gps ทุกคัน พร้อมกันนี้ไม่ใช่แค่การติดตั้ง gps ขนส่ง เพียงอย่างเดียวแต่ยังต้องเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ เข้ากับศูนย์ผู้ทำหน้าที่บริหารจัดการรถด้วย เป็นการติดตามพร้อมดูแลกำกับพฤติกรรมในด้านการขับขี่ มีจุดประสงค์เพื่อต้องการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยบนท้องถนนอีกทั้งยังเป็นการสร้างประสิทธิภาพเกี่ยวกับการขนส่งให้สูงมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

เมื่อตอนปี 2559 ได้มีการเปิดเผยถึงสถิติทางอุบัติเหตุจากรถบรรทุกกับรถโดยสารปรากฏว่าปัจจัยหลักของการเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งมาจากพฤติกรรมด้านการขับขี่ของพนักงานขับรถรวมไปถึงความด้อยประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการของบรรดาผู้ประกอบการทั้งหลาย เมื่อเป็นเช่นนี้ทางกรมขนส่งทางบกเองจึงได้มีการจัดทำโครงการ “มั่นใจทั่วไทย รถใช้ gps” ขึ้นมา ประเด็นหลักเพราะต้องการให้ข้อมูลต่าง ๆ เกิดความเชื่อมโยงกันกับศูนย์บริการจัดการเดินรถด้วยระบบ gps ของกรมการขนส่งทางบกชนิดเรียลไทม์ โดยข้อมูลหลัก ๆ ที่กรมการขนส่งทางบกต้องการ เช่น ข้อมูลด้านการใช้ความเร็ว, จำนวนชั่วโมงในการขับขี่, ตำแหน่งพิกัดที่รถคันนั้นขับอยู่ เป็นต้น เชื่อเหลือเกินกว่าการติดตั้ง gps ขนส่ง นี้จะช่วยให้บรรดาผู้ประกอบการด้านการขนส่งทั้งหลายสามารถติดตามการขับขี่รวมถึงพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานขับรถได้อย่างถูกต้อง เป็นแนวทางเพื่อนำมากำหนดมาตรการการป้องกันเพื่อช่วยลดปัญหาเรื่องการเกิดอุบัติเหตุกับทั้งบรรดารถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ อีกจุดสำคัญของเรื่องนี้คือยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือเพื่อบริหารจัดการด้านการขนส่งทางบกเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุดด้วยเช่นกัน

ทางกรมขนส่งทางบกเองได้มีการกำหนดให้รถโดยสารทุกประเภทรวมถึงบรรดารถตู้ทั้งหลาย( มียกเว้นแค่ รถสองแถว, รถหมวด 4 และรถหมวด 1 ภูมิภาคเท่านั้น), รถบรรทุกขนาดใหญ่ตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป และรถลากจูงที่มีการจดทะเบียนขึ้นใหม่ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2559 ต้องมีการติดตั้ง gps ซึ่งมีลักษณะรวมไปถึงคุณสมบัติต่าง ๆ ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้ประกาศเอาไว้ทุกคัน แต่ถ้าหากรถของท่านเป็นรถที่จดทะเบียนเอาไว้ก่อนวันดังกล่าวก็ต้องดำเนินการติดตั้ง gps ขนส่ง พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลหรือบางคนมีแล้วให้ทำการแก้ไขข้อมูลตามระยะเวลาที่มีการกำหนดเอาไว้ รถคันนั้นจึงจะทำการต่อทะเบียนเพื่อใช้งานได้ต่อไป

โดยบรรดารถโดยสารกับรถบรรทุกที่จดทะเบียนก่อน 25 มกราคม 2559 ทางกรมการขนส่งทางบกเองได้มีการกำหนดระยะเวลาเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินการของรถแต่ละประเภทเอาไว้เพื่อให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุด เหตุผลก็เพื่อให้บรรดาเจ้าของรถหรือผู้ประกอบการทั้งหลายมีเวลามากขึ้นสำหรับการเตรียมข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงให้ดีรวมถึงบางคนที่ต้องการปรับปรุง ซ่อมแซม แก้ไขเพื่อให้เป็นแบบเดียวกับที่กรมฯ ต้องการ โดยมีการกำหนดรายละเอียดออกมาว่าบรรดารถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุกสิบล้อและรถลากจูงที่ได้ทำการติดตั้ง gps ไว้เรียบร้อยแล้วต้องทำการเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริการจัดการเดินรถของกรมการขนส่งทางบกภายในปี 2559 เท่านั้น

ต้องยอมรับว่าประเด็นสำคัญที่กรมการขนส่งมีการบังคับให้ติดตั้ง gps นี้ปัจจัยหลักก็มาจากตัวของผู้ขับขี่เองที่ไม่ค่อยปฏิบัติตามความเหมาะสมเท่าไหร่นัก หากเราลองไปตามต่างจังหวัดเราจะเห็นเลยว่ารถสิบล้อหรือรถลากจูงบางคันขับรถเร็วเกินไปมากเพื่อต้องการทำเวลาให้ถึงเป้าหมายได้ไวโดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่ารถภายนอกที่มีขนาดเล็กกว่าจะได้รับอันตรายหรือไม่ การสร้างประกาศนี้ขึ้นมานอกจากเพื่อให้บรรดาสิงห์นักขับทั้งหลายใจเย็นลงเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุแล้วยังช่วยให้ถนนน่าขับมากยิ่งขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว หรือบางคนเจอรถโดยสารประจำทางขับหวาดเสียวจนแทบไม่อยากนั่งแต่เมื่อมีกฎนี้การขับแบบดังกล่าวจะใช้ไม่ได้แล้ว

ต้องถือว่าการติดตั้ง gps ขนส่ง เป็นเรื่องดีมาก ๆ กับทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เรื่องของอุบัติเหตุคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแน่ดังนั้นถ้าเราสามารถป้องกันไว้ได้ก่อนจะทำให้มีสิ่งดี ๆ ตามมามากมาย ยิ่งการออกมาเป็นกฎหมายแบบนี้มันเหมือนเป็นข้อบังคับว่ายังไงรถใหญ่ทั้งหลายที่เวลาเกิดอันตรายแล้วรุนแรงมากจะต้องขับขี่ให้ปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิมไม่อย่างนั้นจะต้องโดนเรื่องของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน งานนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ หากไม่ยอมปฏิบัติตามส่วนล่างของฟอร์ม

GPS ติดตามรถ กับเรื่องภรรยาใช้เช็คสามี

ขึ้นชื่อว่าสามีภรรยาแม้ในทางทฤษฎีมันคือการบ่งบอกว่าชีวิตคู่ของพวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแต่ในทางปฏิบัติมันก็มีหลายปัจจัยที่มักทำให้เกิดปัญหา ข้อทะเลาะเบาะแว้งระหว่างกันตลอดเวลา เรื่องหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นปัญหาของคุณภรรยาแทบทุกบ้านนั่นคือการวิตกกังวลเกี่ยวกับสามีตัวเองเมื่ออยู่กันไปนาน ๆ จะเกิดปัญหาเรื่องการนอกใจหรือการมีปัญหาเรื่องผู้หญิงหรือเปล่า ถ้าเป็นสมัยก่อนหากสามีไปมีเล็กมีน้อยจริง ๆ กว่าจะรู้มันคงใช้เวลานาน เผลอ ๆ มารู้ตัวอีกทีกลาเป็นโดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จักจบสิ้น ทว่าสมัยนี้ภรรยาทุกคนสามารถตามเช็คสามีได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเรามี gps ติดตามรถ ที่จะทำให้รู้ทุกการเคลื่อนไหวของเขาว่าวันนี้ไปไหนมาบ้าง และบอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ป้องกันการมีพิรุธของสามีเพียงอย่างเดียวแต่ยังเช็คในเรื่องความปลอดภัยให้กับเขาอีกด้วย

สิ่งที่อยากพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้ขอบอกก่อนว่าไม่ได้ต้องการทำให้เกิดปัญหาครอบครัวใด ๆ ทั้งสิ้นหากว่าคุณสามีเองมั่นใจอยู่แล้วเรื่องนอกใจไม่ใช่สิ่งที่จะทำดังนั้นความกังวลตรงนี้ปัดทิ้งไปได้เลย ทว่ากับคุณสามีบางคนที่มักทำให้ภรรยาของคุณระแวงมันก็ไม่แปลกหากพวกเขาจะต้องทำดังที่บอกเอาไว้ ขณะที่คุณภรรยาเองหากสามีของคุณไม่ได้ทำอะไรนอกลู่นอกทางจนเกินงามการจับผิดมากเกินไปก็อาจทำให้รู้สึกไม่เป็นส่วนตัวเอาได้ แต่ถ้าหากจำเป็นต้องเลือกใช้งานจริง ๆ เรามาดูกันว่าต้องเลือกใช้แบบไหนจึงจะเหมาะสาที่สุด

  1. เริ่มต้นด้วยหากไม่ต้องการให้เขารู้ว่าภรรยาให้ gps ติดตามรถ ก็ให้เลือก mini gps หรือ gps ขนาดเล็ก แล้วติดไว้ในจุดที่เขาคาดไม่ถึงซึ่ง gps แบบนี้มีหลายราคาให้เลือกก็เลือกเอาให้เหมาะสม แอบกระซิบด้วยว่าการติดแบบนี้นอกจากจะรู้ว่าสามีคุณไปไหนแล้วกรณีรถหายยังตาม่หาง่ายกว่าเดิมด้วยถ้าไม่ถูกพบแล้วดึงออกเสียก่อน
  2. พอสามีออกจากบ้านก็ให้ทำการเข้าสู่ระบบของ gps เพื่อดักฟังก่อนลำดับแรกว่าเขาไปไหน ทำอะไร หรือมีการคุยกับใครระหว่างอยู่บนรถหรือเปล่า เรื่องเหล่านี้ก็พิจารณาเอาตามเหมาะสมทว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่รู้ว่าเริ่มคุยกันในแบบที่เราคิดก็อย่าพึ่งโวยวายพยายามจับผิดให้เนียนที่สุดไม่อย่างนั้นพอเขารู้ว่าคุณมี gps ติดตามรถ เขาไว้แน่นอนมันทำให้เกิดอารมณ์โมโหและโกรธจนถึงขั้นทะเลาะเอาได้ง่าย ๆ เลย
  3. หากใครไม่ได้ใช้ระบบดักฟังเสียงก็อย่างที่บอกไปว่าเราสามารถดูจุดที่ตำแหน่งรถอยู่ได้ว่าตอนนี้รถของคุณสามีอยู่ตรงไหน อยู่ที่ออฟฟิศ ออมาไปหาลูกค้าหรือจอดตรงไหนนานเป็นพิเศษ จุดนี้มันดีตรงที่เมื่อเรารู้ว่าคุณสามีเอาไปจอดรถไว้ตรงไหนแล้วเกิดว่าปาร์ตี้เพลินจนขับรถกลับไมไหวอย่างน้อย ๆ ก็พากลับมาถึงบ้านได้อย่างปลอดภัยไม่เป็นอันตรายทั้งตัวคนขับและผู้อื่นที่ใช้ถนนร่วมกันด้วย
  4. ใช้สำหรับตรวจสอบความเร็วของรถ ดังที่หลายคนรู้กันอยู่แล้วว่า gps สามารถทำประโยชน์อะไรได้หลายอย่างมากกว่าแค่การจับผิดหรือบอกตำแหน่ง โดยอีกระบบการทำงานที่เน้นเรื่องความปลอดภัยมาก ๆ คือความเร็วในการขับขี่ หาก gps จับพิกัดว่าขับขี่เร็วเกินไปเราจะได้เตือนเขาให้ระวังเรื่องนี้ด้วย โดยหากไม่ต้องการให้เขารู้ว่าราติด gps ไว้ที่รถก็ให้เตือนด้วยสติ ความใจเย็น ให้คิดถึงครอบครัวให้มากอย่าขับรถเร็วเกินไป เป็นต้น
  5. อีกจุดเด่นที่นอกจากการใช้เพื่อคุณสามีแล้วยังสามารถใช้กับลูก ๆ ของคุณได้อีกด้วย คืออาจไม่ต้องจับผิดเขาถึงขนาดไปไหน ทำอะไร อยู่กับใคร แต่เอาไว้คอยดูความเร็วเวลาเขาขับรถ เพราะการขับรถเร็วย่อมเสี่ยงให้เกิดอันตรายมากกว่าหลายเท่าตัวอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อคุณไม่ต้องการให้เกิดเรื่องร้าย ๆ กับคนที่รักหากเห็นว่าเด็ก ๆ ขับรถเร็วเกินไปก็ควรรีบเตือนด้วยความหวังดีโดยใช้วิธีตามแนวทางอย่างเหมาะสม อธิบายเหตุผลต่าง ๆ ให้เด็กได้เข้าใจแม้รู้ดีว่าเด็กวัยนี้กำลังห้าว ไม่ค่อยเชื่อฟังใครมากนักแต่การพูดดักทางไว้ก่อนก็ช่วยให้เขารับฟังบ้างไม่มากก็น้อยดีกว่าเราไม่เคยเตือนหรือสอนอะไรเลยทั้งที่เรารู้อยู่แก่ใจในเรื่องเหล่านี้

การเลือกใช้งาน gps ติดตามรถ กับคุณสามีเองบางทีเชื่อว่าภรรยาหลายคนคงไม่ได้อยากใช้หรอกแต่ถ้าคุณสามียังเป็นแบบเดิม ๆ ที่พวกเขาเคยสัมผัสมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการต้องใช้อุปกรณ์ตัวช่วยเพื่อเอาไว้จับผิดและรู้ความเคลื่อนไหวว่าทำอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง ทางที่ดีที่สุดคือในเมื่อทั้งคู่ตัดสินใจมาเป็นสามีภรรยากันแล้ว ความไว้เนื้อเชื่อใจคือสิ่งสำคัญเมื่อใดก็ตามหากคนหนึ่งทำให้อีกคนหนึ่งหมดความเชื่อใจเมื่อนั้นคำว่าครอบครัวจะค่อย ๆ ร้าวมากขึ้นจนแตกในที่สุด การมีครอบครัวอบอุ่นคือสิ่งที่ทุกคนใฝ่หาดังนั้นควรเริ่มจากตนเองในการพยายามทำตัวให้เหมาะสม รู้ว่าสิ่งไหนควรไม่ควรเพื่อจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันภายหลัง

วิธีง่าย ๆ ในการ เปิด GPS iPhone

หนึ่งในแบรนด์มือถือที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วโลกจำนวนมากนั่นคือ Apple ซึ่งเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรวมถึงแท็ปเลตต่าง ๆ ออกมาให้ได้ใช้งานกัน หากย้อนกลับไปคงบอกได้ว่าส่วนหนึ่งที่ทุกวันนี้มือถือกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของคนเราไปเรียบร้อยแล้วก็มาจาก Apple ที่ได้ผลิตสมาร์ทโฟนออกมาให้ได้ใช้งานกันนั่นคือ iPhone ซึ่งเป็นมือถือที่ทุกวันนี้ใครไม่รู้จักคงเชยระเบิดไปเลย เป็นมือถือที่มีวิวัฒนาการต่าง ๆ มากมายแถมยังไม่หยุดพัฒนาในสิ่งที่พวกเขาถนัดอีกด้วย

คงไมได้มาขอนั่งเล่าประวัติความเป็นมาหรือรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้งานมือถือไอโฟนแต่สิ่งที่อยากพูดึงคงเป็นระบบ GPS ของมือถือรุ่นนี้มากกว่า คือด้วยความเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ การใช้งาน GPS ถือเป็นสิ่งสำคัญของคนไม่น้อยโดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหน การจะเปิด GPS ใช้งานในมือถือคือเรื่องที่พวกเขาให้ความสนใจมาก คิดง่าย ๆ ว่าในเมื่อลงทุนซื้อมือถือแพง ๆ มาใช้งานแล้วหากใช้ระบบพื้นฐานเหล่านี้ไม่ได้คงเสียดายเงินกันน่าดู กระนั้นหลายคนกำลังตั้งคำถามว่าวิธี เปิด GPS iPhone มันต้องทำอย่างไรบ้างเพราะไม่เคยรู้หรือไม่เคยใช้งานมาก่อนเลย จริงแล้ววิธีสำหรับการเปิดปิด GPS นี้ไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่ระบบของไอโฟนมันเป็นระบบที่มีความซับซ้อนสูงเพราะเป็นระบบ iOS เพียงค่ายเดียวที่เลือกใช้ระบบนี้ด้วยความที่พวกเขาพัฒนาเองกับมือ เป็นระบบเน้นเรื่องความปลอดภัยต่างจากการใช้งานมือถือทั่วไปที่จะเน้น Android ส่วนใหญ่ ดังนั้นใครกำลังมีปัญหาเรื่องการหาวิธีเปิดปิด GPS จะขอไล่ให้ฟังทีละขั้นตอนรับรองว่าจะช่วยให้การเปิดใช้งาน GPS ของคุณง่ายกว่าเดิมเยอะพร้อมทั้งยังสามารถนำไปอธิบายให้คนอื่นฟังได้อีกด้วย

วิธีอนุญาตให้แอปเลือกใช้ตำแหน่งที่ตั้งของคุณต้องเข้าใจก่อนว่ามีแอปหลาย ๆ ตัวจะทำงานไม่ได้เลยหากไมได้ทำการ เปิด GPS  iPhone เอาไว้ ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมากคือ Google Maps ที่จะทำงานไมได้เลยหากไม่มีการเปิด GPS เอาไว้ใช้งาน หรือบางแอปก่อนเข้าร่วมใช้งานเป็นครั้งแรกต้องการเปิด GPS เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลบริการเพื่อหาตำแหน่งที่ตั้ง โดยคุณต้องได้รับข้อความแจ้งเตือนเพื่อทำการขออนุญาตโดยต้องเลือกตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่งจากสิ่งที่กำลังจะบอกต่อไปนี้

กดอนุญาตเพื่อให้แอปนำเอาข้อมูลบริการหาตำแหน่งไปใช้งานได้ตามความต้องการของตัวแอปเองกับอีกแบบคือกดไม่อนุญาต เป็นการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวในกรณีที่คุณไม่ต้องการให้มีใครเข้าถึงรายละเอียดเหล่านี้ สำหรับอุปกรณ์จาก Apple ทีใช้ระบบปฏิบัติการ iOS สามารถเลือกใช้ได้ทั้งไวไฟหรือบลูทูธสำหรับการกำหนดตำแหน่งที่ตั้ง GPS พร้อมกำหนดตำแหน่งที่ตั้งซึ่งได้จากเซลลูลาร์ก็ใช้งานได้กับอุปกรณ์จาก Apple ด้วยเช่นกัน

ต่อไปเราจะมาพูดถึงวิธีง่าย ๆ ในการเปิดปิด GPS iPhone ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยและใครที่มีมือถือค่ายนี้อยู่แต่ยังไม่รู้ควรทำอย่างไรมาดูอธิบายไปพร้อมกัน

  • ไปตรงการตั้งค่า – เลือกความเป็นส่วนตัว – เลือกบริการหาตำแหน่งที่ตั้ง
  • ให้ลองตรวจสอบดูก่อนว่าบริการหาตำแหน่งที่ตั้งนั้นเปิดอยู่หรือไม่โดยต้องเลือกให้เปิดอยู่ไว้ก่อน
  • เลื่อนลงมาเรื่อย ๆ เพื่อทำการค้นหาแอป
  • แตะไปยังแอปดังกล่าวก็จะเกิดตัวเลือกขึ้นมาประกอบไปด้วย ไม่เลย คือ เป็นการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับบริการหาตำแหน่งที่ตั้ง, ในขณะใช้แอป คือ มีการอนุญาตให้เข้าถึงบริการข้อมูลหาตำแหน่งที่ตั้งเมื่อคุณกำลังเปิดใช้งานแอปหรือมีคุณสมบัติด้านใดด้านหนึ่งของแอปนั้นเกิดขึ้นบนหน้าจอ ซึ่งเมื่อคุณได้ทำการตั้งค่าเป็นขณะในใช้แอป สิ่งที่อาจเห็นได้นั่นคือแถบสถานะที่เปลี่ยนเป็นสีฟ้าแล้วมีข้อความระบุไว้ชัดเจนว่าแอปกำลังใช้ตำแหน่งที่ตั้งจากตรงคุณอยู่ และอันสุดท้าย คือ ตลอดเวลา นั่นหมายถึงอนุญาตให้เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของคุณได้ทุกเวลาแม้ว่าคุณไม่ได้ทำการเปิดใช้งานแอปนั้นอยู่ก็ตามทีหรือแอปกำลังทำงานอยู่เบื้องหลัง

นี่เป็นขั้นตอนง่าย ๆ เกี่ยวกับการ เปิด GPS  iPhone สำหรับแอปที่คุณต้องการหรือบางคนไม่ต้องการใช้แอปไหนเลยก็ให้ปิดเสีย อย่างไรก็ตามการใช้งาน GPS ให้เหมาะสมมันขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้เพื่อทำอะไรด้วยเหมือนกัน เพราะบางคนหากเปิดการใช้งานไว้ตลอดเวลาอาจโดนขโมยข้อมูลไปได้ง่าย ๆ แต่บางคนถ้าไม่เปิดใช้เลยบางครั้งมันก็ส่งผลให้ทำอะไรลำบากไม่น้อย ทางที่ดีที่สุดคือเปิดเมื่อจำเป็นและปิดเมื่อไม่ได้ใช้งานจะช่วยป้องกันด้านความปลอดภัยของข้อมูลต่าง ๆ ได้ดีที่สุด

สำหรับใครยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับการ เปิด GPS  iPhone สามารถเข้ามาศึกษารายละเอียดตรงนี้ได้ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้งาน GPS ของแอปที่เราอาจใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยรอบด้าน ทว่าเราได้รู้วิธีเปิดปิด GPS ให้ถูกต้องคือเรื่องดี เวลาไปไหนทำอะไรหากต้องการเปิดใช้งานหรือปิดใช้งานเป็นการด่วนจะได้ทำเป็น ไม่ต้องรอใครมาสอน รวมถึงยังช่วยให้การใช้งาน iPhone ของคุณเกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามความต้องการของตนเองด้วย

 

โปรแกรม gps นำทาง ยอดนิยม

ทุกวันนี้การใช้รถของคนไทยมีปริมาณเยอะขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีปริมาณรถเยอะไม่แปลกที่ถนนหนทางต่าง ๆ จะถูกตัดเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางและไม่ทำให้เกิดปัญหารถติด แต่เพราะการตัดถนนที่เยอะขึ้นนี่เองจึงทำให้บ่อยครั้งเวลาคนขับรถตัดสินใจเลือกใช้เส้นทางที่ไม่คุ้นชินจนเกิดเป็นการหลงทางบ่อยครั้ง เมื่อเป็นเช่นนี้คนขับรถแทบทุกคนเลยต้องมี โปรแกรม gps สำหรับการนำทางไม่ให้ตัวเองหลงและไปยังเป้าหมายได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิมด้วย ปัจจุบันก็มีโปรแกรมสำหรับการนำทางเกิดขึ้นหลายแบบ แต่ถ้าให้พูดถึงโปรแกรมยอดนิยมสามารถสรุปให้เห็นภาพได้ชัดเจนดังนี้

  1. Locus Map – ต้องบอกว่าโปรแกรมนี้ไม่ได้มีดีแค่การใช้บนท้องถนนเท่านั้น แต่จุดเด่นของมันคือคนที่รักการปั่นจักรยานหรือการเดินป่าต้องหลงใหลแน่ ๆ เพราะตัวโปรแกรมเองสามารถแสดงลักษณะภูมิประเทศออกมาได้แบบชัดเจน ทั้งเรื่องของทางเดินน้ำ ตำแหน่งของต้นไม้ มีโหมดรองรับการปักหมุดแบบทีละจุดตอนที่กำลังเดิน เลือกแสดงผลในแบบเข็มทิศได้ซึ่งคนเดินป่าจำเป็นต้องใช้งานอย่างยิ่ง อีกความน่าสนใจของโปรแกรมคือมีการบันทีกข้อมูลความเร็วของผู้ปั่นจักรยานและยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ ให้ใช้งานอีกเยอะ
  2. Route 66 Navigator – โปรแกรม gps ลักษณะเดียวกับ Google Maps ภายในโปรแกรมนี้รองรับระบบ 3D ดึงข้อมูลมาจากวิกิพีเดียเพื่อใช้งานได้หากว่าสถานที่ดังกล่าวมีข้อมูลอยู่บนเว็บ อีกจุดเด่นที่ทำให้ได้รับความนิยมสูงมาจากการนำทางด้วยเสียง มีการแจ้งข้อมูลด้านจราจรบนท้องถนนรวมถึงแสดงสภาพการจราจรได้แบบชัดเจนทำให้รู้ว่าเส้นทางนี้ควรเดินทางไปดีหรือไม่ นอกจากการนำทางขณะขับขี่รถยนต์แล้วยังเป็นโปรแกรมนำทางสำหรับการเดินเท้าได้อีกด้วย
  3. Garmin Navigator – ภายในตัวโปรแกรมนี้จะแบ่งเส้นทางออกทำให้เรามองเห็นภาพการเดินทางได้ชัดเจนมากขึ้น มีฟีเจอร์แสดงความหนาแน่นของการจราจรแบบสด ๆ Real Time ให้เรารู้เลยว่าขณะที่สภาพการจราจรตามเส้นทางที่เรากำลังเดินทางไปหนาแน่นมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าหากติดขัดมากตัวโปรแกรมจะแนะนำให้เราหลีกเลี่ยงเส้นทางพร้อมค้นหาเส้นทางใหม่ที่ดีที่สุดให้ ถือว่าเป็นอีกโปรแกรมที่กำลังได้รับความนิยมสูงมากทีเดียว มีคนใช้งานกันค่อนข้างเยอะ
  4. MapFActor : GPS Navigation – เป็น โปรแกรม gps แบบออฟไลน์ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมสูง จุดเด่นของโปรแกรมนี้คือด้วยหน้าตาที่ดูเรียบง่ายส่งผลให้การใช้งานค่อนข้างง่ายตามไปด้วย หลัก ๆ คือเน้นเรื่องของการนำทางไปยังจุดหมาย ทำงานได้แม้ปราศจากอินเตอร์เน็ตในพื้นที่นั้น ๆ มีการนำทางด้วยเสียงทำให้รู้ว่าทางข้างหน้าต้องไปอย่างไร อีกจุดเด่นของโปรแกรมนี้คือเลือดปรับมุมมองทั้งแบบกลางวันและแบบกลางคืนยามใช้งานได้อีกด้วย ดังนั้นจะเลือกใช้งานตอนไหนก็หมดปัญหามองไม่ชัดเจน
  5. ME – อีกหนึ่งโปรแกรมประเภทออฟไลน์ที่โด่งดังมากเพราะการใช้งานแบบไม่ต้องอาศัยอินเตอร์เน็ตนั่นเอง อย่างไรก็ตามหากต้องการใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดต้องทำการดาวน์โหลดแผนที่ของประเทศนั้น ๆ ไว้ก่อนจึงจะใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีการเลือกใช้เทคโนโลยีชั้นสูงจาก OpenStreetMap ซึ่งให้ความละเอียดสูงมาก เวลาใช้งานก็เรียกออกมาดูได้แบบชัดเจน ถือว่าเหมาะกับคนท่เลือกใช้งานในการเดินทางไปต่างประเทศที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักได้ดีมาก ๆ เลย
  6. GPS Navigation & Maps Sygic – อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการใช้งานแบบออฟไลน์ ตัวโปรแกรมนี้ใช้ระบบนำทางด้วย gps แบบไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแต่ยังค้นหาสถานที่ต่าง ๆ หรือทำการกำหนดพิกัดเพื่อให้ไปยังจุดหมายที่เราต้องการได้โดยง่าย คำนวณระยะทางเพื่อบอกให้เรารู้ว่าจากต้นทางไปยังปลายทางอยู่ที่เท่าไหร่ และอีกความเก๋ของโปรแกรมนี้คือมีการแสดงภาพออกมาด้วยระบบ 3D ที่ทำให้มองง่าย ไม่สับสนในการเดินทาง
  7. NOSTRA Map Thailand – เป็นโปรแกรมบอกทางที่ถูกพัฒนาโดยการรวบรวมเอาแผนที่พร้อมตำแหน่งต่างๆ กว่า 9 แสนจุดในประเทศไทยมาไว้ในโปรแกรมเดียว มีข้อมูลแผนที่ให้ความละเอียด ความแม่นยำสูงมาก ไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดไหนของประเทศไทยก็เลือกใช้งานโปรแกรมนี้ได้ทั้งนั้น อีกความน่าสนใจคือสามารถค้นหาสถานที่และบอกเส้นทางให้ไปยังจุดหมายได้แบบไร้ความผิดพลาด มีการบันทึกตำแหน่งที่ต้องการบันทึกเอาไว้ได้ หรือจะแชร์ลงโลกโซเชี่ยลมีเดียก็ไม่ใช่ปัญหาอีกเช่นกันเมื่อเลือกใช้งานโปรแกรมนี้
  8. OkMap – เป็นโปรแกรมที่คุณสามารถเดินทางไปได้ทั่วโลกเพราะทำงานร่วมกับไฟล์แผนที่ได้หลายสกุลมาก มีการบอกเส้นทาง ถนน สถานที่ และอื่น ๆ ตามต้องการหาได้แบบสารพัด อัพเดทตำแหน่งอุปกรณ์ได้แบบ Real Time สร้างรูปต่าง ๆ เอาไว้เพื่อแสดงผลได้ ความน่าสนใจของโปรแกรมนี้คือสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีไม่ต้องเสียเงินแถมยังมีคุณภาพยอดเยี่ยมอีกต่างหาก

โปรแกรม gps เหล่านี้ถือเป็นตัวช่วยดี ๆ ให้กับคุณได้ไม่ยาก เพียงแค่คุณเลือกใช้งานอย่างถูกต้องรวมถึงเลือกโปรแกรมให้เหมาะสมกับตนเองมากที่สุดเท่านั้นเอง เพราะทุกโปรแกรมพื้นฐานหลักคือการช่วยเหลือด้านนำทางแต่จะมีความสามารถอะไรพิเศษไปกว่ากันขึ้นอยู่กับความชอบและความเหมาะสมด้านการใช้งานของผู้ใช้มากที่สุด บางคนชอบอันนี้แต่ไม่ชอบอีกอันเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่เราพบเจอได้

การ แปลงพิกัด gps เป็นระบบ DMS และ DD

ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า gps กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของเราทุกคนโดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนตลอด แต่ปกติที่เราใช้งาน gps เป็นประจำหรือการแสดงพิกัดที่อยู่บนเครื่อง gps จะนิยมใช้งานกันอยู่ 2 ระบบหลัก ๆ ประกอบไปด้วย การบอกพิกัดภูมิศาสตร์ และพิกัดกริด UTM ซึ่งปกติแล้วเรื่องการอ่านค่าในระบบพิกัดกริด UTM จะยังไม่ค่อยวุ่นวายอะไรมากนักเนื่องจากเป็นแค่การอ่านตัวเลขตามค่า East และ ค่า North หน่วยของพิกัดนี้จะเป็นเมตรอยู่แล้ว เราจะค่อนข้างคุ้นเคยกับเรื่องนี้กันเป็นอย่างดีเลยทีเดียว การ แปลงพิกัด gps ระบบนี้จะไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนัก ทุกคนสามารถทำความเข้าใจเบื้องต้นได้โดยง่าย

ทว่ากับการอ่านค่าระบบพิกัดภูมิศาสตร์ขอบอกว่ามีความยุ่งยากกว่าแบบที่กล่าวไปก่อนหน้าพอสมควรเนื่องจากต้องยอมรับว่าเครื่อง gps บางยี่ห้อหรือบางรุ่นมีการแสดงค่าพิกัดภูมิศาสตร์ในหน่วยที่เราเรียกกันว่า องศา ลิปดา ฟิลิปดา (DMS : Degree Minute Second) กับอีกแบบหนึ่งคือการแสดงหน่วยในระบบพิกัดแบบค่าตัวเลขลำดับทศนิยม (DD : Decimal Degree) สำหรับการนำเอาไปใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ พอเป็นแบบนี้หากเราต้องการเลือกใช้งานแบบใดแบบหนึ่งจึงจำเป็นต้องมีการ แปลงพิกัด gps จากหน่วยหนึ่งให้เป็นอีกหน่วย พูดง่าย ๆ คือ ต้องเปลี่ยนจาก DMS เป็น DD หรือ DD เป็น DMS นั่นเอง โดยเราจะขอบอกวิธีแปลงพิกัดให้เข้าใจง่ายกันมากขึ้นรับรองว่าจะช่วยให้การแปลงค่าหน่วยนี้ง่ายกว่าเดิมเยอะเลย

ลำดับแรกเราขอพามารู้จักกับค่าพิกัดภูมิศาสตร์เรียกกันว่า องศา ลิปดา ฟิลิปดา กันก่อน อันนี้คือหน่วยแบบ DMS แบบเดียวกับหน่วยของเวลามีการบอกเวลาเป็นชั่วโมง นาที วินาที ค่าองศาหรือ Degree 1 องศา มีค่า 60 ลิปดา, ค่าลิปดาหรือ Minute 1 ลิปดา มีค่า 60 ฟิลิปดา, ฟิลิปดาหรือ Second 1 ฟิลิปดา มีค่าที่เป็นระยะทางราว 30.48 ม. หรือเทียบง่าย ๆ คือ 100 ฟุต ตรงศูนย์สูตร ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือ อ.หาดใหญ่มีการตั้งอยู่บนค่าพิกัดภูมิศาสตร์ละติจูด 100 องศา 27 ลิปดา 15 ฟิลิปดา เหนือ, อยู่บนลองจิจูด 7 องศา 2 ลิปดา 25 ฟิลิปดา ตะวันออก เป็นต้น

ปกติแล้วการแปลงค่าดังกล่าวเราสามารถทำได้ง่าย ๆ บนเว็บแค่นำค่าพิกัด DD หรือ DMS มาแปลงก็เรียบร้อยแล้ว แต่จะขออธิบายวิธี แปลงพิกัด gps แบบคำนวณเองเผื่อว่าใครอยากมีสูตรเอาไว้เรียนรู้หรือต้องใช้จริงยามไม่มีเว็บอยู่ตรงหน้า ซึ่งวิธีนี้จะใช้เครื่องคิดเลขหรือโปรแกรม Excel ได้ทั้งหมด

วิธีแปลงหน่วยระบบพิกัด DMS เป็น DD ให้เราเอาค่า DMS มาทำการแปลงให้เป็นหน่วยแบบจุดทศนิยม DD ผ่านสมการที่กำลังจะบอกต่อไปนี้

DD = Degree + (Minute x 60 + Second) / 3600 หรือไม่ก็ใช้ DD = (Seconds / 3600) + (Minutes / 60) + Degrees ยกตัวอย่างแบบเดียวกับที่ได้กล่าวมาเบื้องต้นด้วยการ แปลงค่าพิกัดหน่วย DMS ให้เป็น DD ของ อ.หาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ ละติจูด 100 องศา 27 ลิปดา 15 ฟิลิปดา เหนือ ลองจิจูด 7 องศา 2 ลิปดา 25 ฟิลิปดา ตะวันออก เมื่อเรานำมาเทียบตามสมการที่ระบุเอาไว้คือ DD = Degree + (Minute x 60 + Second) / 3600 ก็จะเทียบค่าออกมาที่ ละติจูด = 100 + (27 x 60 + 15) / 3600 = 100.45416 และ ลองจิจูด = 7 + (2 x 60 + 25) / 3600 = 7.040277 กรณีใช้อีกสมการตามที่ระบุเอาไว้คือ DD = (Seconds / 3600) + (Minutes / 60) + Degrees พอทำการเทียบค่าออกมาจะได้ ละติจูด = (15 / 3600) + (27 / 60) + 100 = 100.45416 และ ลองจิจูด = (25 / 3600) + (2 / 60) + 7 = 7.040277 นั่นเอง พอคำนวณออกมาเช่นนี้นั่นหมายความว่าค่า DD ที่ตั้ง อ.หาดใหญ่จึงอยู่ที่ ละติจูด 100.45416 เหนือ, ลองจิจูด 7. 040277 ตะวันออก

อีกการคำนวณคือการแปลงหน่วย DD เป็น DMS ซึ่งก็ทำได้ 2 วิธีเหมือนกันแต่วิธีที่จะแนะนำเผื่อว่าต้องใช้จริง ๆ คือวิธีคำนวณด้วยตนเอง โดยมีหลักการ ดังนี้

ค่าตัวเลขในพิกัดของ DD เช่น 100.45416 เมื่อดูตัวเลขหน้าจุดทศนิยมคือค่าของหน่วยองศา ตัวอย่างนี้ก็เท่ากับ 100 องศา ต่อมาเราใช้เลขด้านหลังจุดทศนิยม x 60 ตามตัวอย่างจะได้ออกมาเป็น .45416 x 60 = 27.2496 จากตัวเลขที่คำนวณออกมานี้ให้เราถือว่าตัวเลขด้านหน้าจุดทศนิยมคือค่าหน่วยลิปดา ดังนั้นค่าหน่วยลิปดาของตัวเลขนี้คือ 27 ลิปดา ต่อมาให้นำเลขหลังจุดทศนิยมจากทีได้ x ออกมาแล้ว x ด้วย 60 อีกครั้ง ตามตัวอย่างก็จะได้เป็น .2496 x 60 = 14.976 จากตัวเลขที่คำนวณออกมานี้ให้เราถือว่าตัวเลขด้านหน้าจุดทศนิยมคือค่าหน่วยฟิลิปดา ดังนั้นค่าหน่วยฟิลิปดาของตัวเลขนี้คือ 15 ฟิลิปดา เนื่องจากมีการปัดเศษทศนิยมตามหลักคณิตศาสตร์ทั่วไปนั่นเอง พอเอาตัวเลขทั้งหมดมาอ่านอย่างถูกต้องก็จะได้เป็น 100 องศา 27 ลิปดา 15 ฟิลิปดา ตรงกับที่เขียนเอาไว้ตอนแรก

วิธี แปลงพิกัด gps อาจดูยากเสียหน่อยแต่ถ้าหากลองทำความเข้าใจดูแล้วจะพบถึงความสนุกและเรื่องน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับการแปลงอีกมาก แม้เราจะสามารถใช้เว็บหรือโปรแกรมสำหรับการแปลงค่าเหล่านี้ได้ก็จริงอยู่ ทว่าอย่างน้อยการเรียนพื้นฐานพร้อมเข้าใจหลักการแปลงพิกัดอย่างถูกต้องจะช่วยให้เรานำไปใช้งานได้จริงยามที่ไม่มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือคอยให้ความช่วยเหลือใด ๆ ทั้งสิ้น